ในปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญของภาพลักษณ์มากกว่าความดีงาม ครีมหน้าใส แพทย์ผิวหนังจึงจะต้องติดตามข้อมูลความรู้เรื่องผิวหนังให้ทันโลกเพราะมีการกล่าวอ้างประโยชน์ของการ
รักษาผิวพรรณด้วยวิธีต่างๆ
และมีครีมสารพัดชนิดออกมาให้ผู้บริโภคลองใช้ เนื่องจากการตลาดจะนำหน้าวิชาการเพราะทุกท่านต้องการฝืนธรรมชาติของตัวเอง
จึงมักโน้มเอียงไปกับโฆษณาชวนเชื่อ แพทย์ผิวหนังจะต้องเป็นผู้ตอบคำถามของสังคมว่าดีจริงหรือเปล่า
ครีมหน้าใส นอกจากแพทย์ต้องติดตามความรู้ทางด้านการแพทย์แพทย์ก็ยังต้องเข้าใจวิวัฒนาการของภาษาด้วย
เพราะนักการตลาดและนักโฆษณามักจะสรรหาคำศัพท์ที่ฟังแล้วกินใจหรือใช่เลยมาใช้
โดยสังคมยังมีความเข้าใจต่างกันในระยะแรกเมื่อมีผู้บริโภคมาขอครีมหน้าขาว ครีมหน้าใส ครีมหน้าเด้งผู้เขียนก็ไม่เข้าใจความหมายและคิดไม่ออกว่าลักษณะผิวหนังหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้วเป็นอย่างไรหลังจากตามกระแสอยู่สักพักจึงพอเข้าใจ
แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าผู้อื่นจะมีความคิดเห็นขัดแย้งหรือไม่ ก็ขอขยายความให้ผู้อ่านซึ่งกำลังจะลองซื้อมาใช้พิจารณา ครีมหน้าใส เพื่อเลือกซื้อ ครีมหน้าใส ( moisturizing cream )คือ
ครีมเพิ่มความชุ่มชื้น ครีมหน้าใส ผิววัยรุ่นมีความชุ่มชื้นสูงและโปร่งแสง
เมื่อผ่านวัยรุ่นผิวหนังชั้นขี้ไคลอาจแห้ง โปร่งแสงน้อยลงเพระเซลล์ผิวหนัง (keratinocyte ) ซึ่งสร้างหนังขี้ไคล
ในวัยกลางคนมีการสร้างสารเคอราตินผิดปกติ ผิวหนังขี้ไคลติดแน่นผิวจึงไม่ลื่น
ไม่เรียบ แห้งหยาบ ขาดความชุ่มชื้น ดังนั้นการใช้ครีมหน้าใสจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นที่ผิวหนังกำพร้าและแสงจะผ่านผิวได้ดีขึ้นส่วนการทำทรีทเมนต์ด้วยกรดผลไม้ครีมหน้าใสลอกผิวที่แห้งหยาบออกอาจช่วยให้ผิวดีขึ้นเพียงชั่วคราวเพราะเซลล์ผิวหนังก็ยังคงสร้างเคอราตินแบบเดิมมาทดแทน
ส่วนกรดวิตามินเอพบว่าสามารถช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวหนังได้บ้างในระหว่างทายาแต่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้นครีมหน้าใส ดังนั้นสารสำคัญที่เพิ่มความชุ่มชื้นในครีมหน้าใส
คือน้ำมันสกัดต่างๆและสารอุ้มน้ำเช่น อิลาสติน คอลลาเจน หรือกรดไฮยาลูโลนิค
บางตำรับอาจผสมวิตามินเอ ซี อี และสารสกัดสมุนไพรต่างๆ
เพื่อให้เกิดความแตกต่างในครีมแต่ละชนิด แต่ประโยชน์คงน้อยกว่าที่โฆษณามาก ดังนั้นถ้าผิวแห้งก็ต้องหาเหตุว่าเป็นจากการใช้สารชำระล้างล้างมากไปหรือเปล่า
ควรทำความสะอาดแต่พอควรและถ้าผิวยังแห้งก็เลือกใช้ครีมเพิ่มความชุ่มชื้น
ในราคาที่พอกับอัตภาพเพราะครีมเกือบทุกชนิดจะคล้ายกัน
ครีมหน้าขาว ( whitening
cream )คือ ครีมปรับสีผิวให้ขาวซึ่งส่วนสำคัญก็คือครีมกันแดด
โดยสารปกป้องแสงแดดจะดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตไว้ไม่ให้ไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี
( melanocyte ) สร้างสีผิวจะค่อยๆ ขาวขึ้น ในบางตำรับอาจผสมกรดอ่อนๆ
เช่น AHA ( กรดผลไม้ )หรือ BHA ช่วยผลัดผิวซึ่งมีปริมาณเม็ดสีเมลานินสูงออก
ส่วนวิตามินซีและอีในปริมาณสูง อาจช่วยลดอนุมูลอิสระที่กระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี
แต่ในผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายมักมีปริมาณวิตามินต่ำประโยชน์จึงน้อยมาก
ดังนั้นถ้าหลบแดดได้ก็คงไม่จำเป็นต้องใช้ครีมหน้าขาว แต่ถ้าอยากจะใช้ครีมกันแดดก็คงต้องหาข้อมูลที่ถูกต้องเพราะมีทั้งข้อดีและข้อเสียหลายประการ
ครีมหน้าเด้ง ( firming cream
)เด้งคงหมายถึงผิวเต่งตึงซึ่งเป็นผลจากเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ( fibroblast
) ในชั้นหนังแท้ ในวัยรุ่นเซลล์จะสร้างใยคอลลาเจน ใยอิลาสติก
และสารอุ้มน้ำ เช่น กรดไฮยาลูโลนิค สอดแทรกอัดแน่นในชั้นหนังแท้ทำให้ผิวเต่งตึง
เมื่อวัยสูงขึ้นคุณสมบัติและส่วนประกอบของสารดังกล่าวเสื่อมลงทำให้เกิดริ้วรอยจึงมีผลิตภัณฑ์ซึ่งกล่าวอ้างว่า
ลบริ้วรอยได้โดยผสมสารหลายขนิด เช่น ครีมผสมคอลลาเจน อิลาสตินกรดไฮยาลูโลนิค
แต่สารเหล่านี้มีโมเลกุลใหญ่ไม่สามารถดูดซึมผ่านเข้าชั้นผิวหนังแท้ได้
จึงค้างอยู่ผิวภายนอกช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเฉพาะในชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น
ส่วนวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินซีและอี เพื่อลดอนุมูลอิสระที่อาจทำอันตรายต่อเซลล์ไฟโบบลาสต์
หรือวิตามินเอและบี ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์
ยังไม่มีข้อมูลยืนยันประโยชน์ของวิตามินดังกล่าว แต่ถ้าเรามีภาวะโภชนาการปกติการเสริมวิตามินก็อาจมีประโยชน์น้อย
ปัจจุบันมีการผสมสมุนไพรสารพัดชนิดโดยหวังว่าอาจช่วยฟื้นฟูการทำงานของเซลล์
แต่ถ้าพิจารณาชนิดและปริมาณของสมุนไพรที่ผสมก็น้อยจนเกือบเท่ากับศูนย์ และยังไม่มีข้อยืนยันประโยชน์ทางด้านการแพทย์เช่นกัน
การใช้ครีมทาคงใช้เพื่อปลอบใจมากกว่า ส่วนเทคโนโลยีใหม่ เช่น แสงเลเซอร์
พลังงานวิทยุ ก็ได้นำมาใช้ถูไกบนผิวหนังเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์หรือการฉีดสารกระตุ้นสารพัดชนิดเข้าใต้ผิวหนัง
( mesotherapy ) ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเซลล์ซึ่งเสื่อมตามอายุเมื่อดูดซับพลังงาน
หรือสารต่างๆ แล้วจะกลับฟื้นมาสร้างสารใหม่ได้หรือไม่
หรือในทางกลับกันการกระตุ้นอาจเร่งให้เซลล์เสื่อมเร็วขึ้นก็เป็นไปได้เช่นกัน !ความเสื่อมของเซลล์ซึ่งเป็นเซลล์ส่วนใหญ่ในชั้นผิวหนัง
คือ เซลล์ผิวหนัง เซลล์สร้างเม็ดสีและเซลล์ไฟโบรบลาสต์เป็นไปตามอายุขัย
ปัจจัยซึ่งส่งเสริมมีส่วนเพียงเล็กน้อย เช่น การรับประทานอาหารไม่ครบหมู่หรือรับประทานมากเกินควรจะเพิ่มอนุมูลอิสระภายในเซลล์
หรือการเพิ่มมลภาวะด้วยครีมสารพัดชนิด หรือการโดนแสงแดดจัดก็ทำให้ผิวหนังเสื่อมก่อนวัย
และความเครียดก็ยังเป็นปัจจัยทำให้ผิวเสื่อมก่อนวัยได้
ดังนั้นการทำใจก็อาจช่วยได้ผิวงามมากกว่าเติมแต่งด้วยครีมต่างๆ ได้เช่นครีมหน้าใส
ขอบคุณข้อมูลจาก http://chomsky-in-asia.info/ และติดตามเรื่องราวดีดีจาก http://www.lovelytodays.com/







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น