ขับเคลื่อนโดย Blogger.
RSS

ซื้อครีมหน้าใสใช้เอง เสี่ยงเสียโฉม

         



         เตือนอันตรายวัยรุ่นที่นิยมซื้อ “กรดทีซีเอ” ครีมหน้าใส  ใช้เองผ่านเว็บไซต์ เพื่อทาหน้าหวังให้ขาวใสเรียบเนียนเหมือนดาราเกาหลี เสี่ยงเสียโฉมถาวร จากฤทธิ์ของกรดกัดหน้าลึกลงไปถึงหนังแท้ กลายเป็นแผลเป็น ไม่สามารถรักษาให้กลับมาเหมือนเดิมได้ ชี้กรดครีมหน้าใส ชนิดนี้มีความเข้มข้นสูง ทางการแพทย์ใช้รักษาผู้ป่วยโรคผิวหนัง ไม่สามารถนำมาผสมเป็นครีมหน้าใส  ทำให้หน้าขาวใสได้ แนะนำวิธีการดูแลผิวหน้าด้วยตนเอง หมั่นทาครีมบำรุงทุกคืน

           ปัจจุบันวัยรุ่น หนุ่มสาวไทย ให้ความสำคัญกับความสวยงามของผิวพรรณหน้าตาอย่างมาก และต้องการมีผิวขาวหน้าใสเรียบเนียนไร้สิวฝ้าตามกระแสนิยมเหมือนดาราเกาหลี และมีการใช้กรดทีซีเอ (TCA : Trichloroacetic Acid) 
ครีมหน้าใส มาใช้ลอกผิวหน้า หรือลบรอยหลุมสิว หรือใช้กรดชนิดนี้มาจี้ฝ้ากระเองอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่รู้ถึงอันตรายที่จะเกิดตามมา โดยวัยรุ่นสั่งซื้อกรดชนิดนี้มาจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีให้เลือกจำนวนมากและมีคำแนะนำในการใช้ รวมทั้งยังมีกระทู้ต่างๆถาม-ตอบเกี่ยวกับการใช้กรดชนิดนี้ด้วย ทำให้วัยรุ่นหลงเชื่อมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าตามบู๊ธขายสินค้าที่ตั้งตามห้างสรรพสินค้า ที่ผ่านมามีวัยรุ่นหลายรายที่ซื้อครีมหน้าใสที่มีส่วนผสมของกรดทีซีเอจากอินเทอร์เน็ต อ้างสรรพคุณทำให้หน้าขาวใสรอยหลุมสิวได้เพียง 1 สัปดาห์ เมื่อนำไปใช้แล้วเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ผิวหนังที่ใบหน้าบวม แดง มีน้ำเหลือง และกลายเป็นรอยไหม้ดำทั่วใบหน้า อาจไม่สามารถรักษาให้กลับมาเหมือนเดิมได้อีก 


      กรดทีซีเอ 
ครีมหน้าใส  มีลักษณะเป็นของเหลวใส มีความเข้มข้นแตกต่างกัน ตั้งแต่ 10เปอร์เซ็นต์ - 100เปอร์เซ็นต์ เป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่ากรดเอเอชเอ (AHA)ที่ใช้ทำเป็นครีมหน้าขาวใส และสำนักงานคณะกรรมการอาหาหารและยาหรือ อย. ยังไม่อนุญาตให้นำกรดทีซีเอมาผสมเป็นครีมทาหน้าขาวใส นอกจากจะมีผู้ลักลอบนำมาผสมในครีมทาหน้าขายผ่านอินเทอร์เน็ต เนื่องจากกรดชนิดนี้มีความรุนแรงมาก เป็นกรดที่แพทย์ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคผิวหนังได้เพียงอย่างเดียว เช่น หูด สิว ฝ้า กระ ริ้วรอย จุดด่างดำ ไฝ และติ่งเนื้อเล็กๆ ที่ขึ้นตามลำคอ เพื่อลอกผิวออกใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเท่านั้น ไม่ควรซื้อมาทำเองที่บ้านอย่างเด็ดขาด ซึ่งในการลอกผิวหน้า แพทย์จะทากรดทิ้งไว้แค่ 3-4 นาทีแล้วล้างออก หากทิ้งไว้นานกว่านี้ อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผิว ทำให้ผิวหน้าไหม้ และหากใช้กรดทีซีเอที่มีความเข้มข้นสูงจะมีฤทธิ์กัดทำลายผิวหนังถึงชั้นหนังแท้ อาจเกิดรอยแผลเป็นบนใบหน้า ไม่วิธีรักษาให้หายกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ และหลังจากลอกหน้าแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด เพราะจะทำให้แสบหน้าเนื่องจากผิวหน้าที่โดนลอกนั้นจะบางลง ประการสำคัญห้ามใช้ลอกหน้าในผู้ที่เป็นเริม ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ผิวหนัง ลักษณะเป็นตุ่มใสเล็กๆ เนื่องจากจะทำเริมกระจายทั่วใบหน้าได้ 


      “ขอแนะนำวัยรุ่นว่า อย่าหลงเชื่อซื้อกรด 
ครีมหน้าใส  ชนิดนี้ผ่านอินเทอร์เน็ตมาใช้เองอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้หน้าเสียโฉมได้ หากมีปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณหรือใบหน้าขอให้ไปรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเท่านั้น แต่หากต้องการใช้ครีมทาหน้าขาวใส ควรเลือกใช้ครีมที่มีส่วนประกอบของเอเอชเอ ซึ่งเป็นกรดจากผลไม้ เช่น อ้อย ส้ม แต่ปริมาณเอเอชเอที่ผสมในครีมต้องไม่เกิน 4 เปอร์เซ็นต์จะปลอดภัยกว่า”


      วิธีการดูแลรักษาผิวหน้าให้ขาวใส ไร้สิว ที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง คือ
การล้างหน้าบ่อยๆ ทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารกันแดดทุกเช้าก่อนออกจากบ้าน และทาครีมบำรุงตอนกลางคืนทุกคืน ในการนวดหน้าให้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดและสารเอเอชเอ และควรทำเมื่ออายุ 18 ปีขึ้นไป จึงจะเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด และขอให้เลือกซื้อเครื่องสำอาง และครีมบำรุงผิวหน้า ผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.

ขอบคุณข้อมูลจาก women.thaiza.com
และติดตามเรื่องราวของเราต่อกันได้ที่ http://www.lovelytodays.com/

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ครีมหน้าใส กับ ครีมหน้าเด้ง ต่างกันยังไง

               


                
               ในปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญของภาพลักษณ์มากกว่าความดีงาม ครีมหน้าใส แพทย์ผิวหนังจึงจะต้องติดตามข้อมูลความรู้เรื่องผิวหนังให้ทันโลกเพราะมีการกล่าวอ้างประโยชน์ของการ
 รักษาผิวพรรณด้วยวิธีต่างๆ และมีครีมสารพัดชนิดออกมาให้ผู้บริโภคลองใช้ เนื่องจากการตลาดจะนำหน้าวิชาการเพราะทุกท่านต้องการฝืนธรรมชาติของตัวเอง จึงมักโน้มเอียงไปกับโฆษณาชวนเชื่อ แพทย์ผิวหนังจะต้องเป็นผู้ตอบคำถามของสังคมว่าดีจริงหรือเปล่า 
                ครีมหน้าใส  นอกจากแพทย์ต้องติดตามความรู้ทางด้านการแพทย์แพทย์ก็ยังต้องเข้าใจวิวัฒนาการของภาษาด้วย เพราะนักการตลาดและนักโฆษณามักจะสรรหาคำศัพท์ที่ฟังแล้วกินใจหรือใช่เลยมาใช้ โดยสังคมยังมีความเข้าใจต่างกันในระยะแรกเมื่อมีผู้บริโภคมาขอครีมหน้าขาว ครีมหน้าใส   ครีมหน้าเด้งผู้เขียนก็ไม่เข้าใจความหมายและคิดไม่ออกว่าลักษณะผิวหนังหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้วเป็นอย่างไรหลังจากตามกระแสอยู่สักพักจึงพอเข้าใจ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าผู้อื่นจะมีความคิดเห็นขัดแย้งหรือไม่ ก็ขอขยายความให้ผู้อ่านซึ่งกำลังจะลองซื้อมาใช้พิจารณา ครีมหน้าใส เพื่อเลือกซื้อ   ครีมหน้าใส ( moisturizing cream )คือ ครีมเพิ่มความชุ่มชื้น ครีมหน้าใส ผิววัยรุ่นมีความชุ่มชื้นสูงและโปร่งแสง เมื่อผ่านวัยรุ่นผิวหนังชั้นขี้ไคลอาจแห้ง โปร่งแสงน้อยลงเพระเซลล์ผิวหนัง (keratinocyte ) ซึ่งสร้างหนังขี้ไคล ในวัยกลางคนมีการสร้างสารเคอราตินผิดปกติ ผิวหนังขี้ไคลติดแน่นผิวจึงไม่ลื่น ไม่เรียบ แห้งหยาบ ขาดความชุ่มชื้น ดังนั้นการใช้ครีมหน้าใสจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นที่ผิวหนังกำพร้าและแสงจะผ่านผิวได้ดีขึ้นส่วนการทำทรีทเมนต์ด้วยกรดผลไม้ครีมหน้าใสลอกผิวที่แห้งหยาบออกอาจช่วยให้ผิวดีขึ้นเพียงชั่วคราวเพราะเซลล์ผิวหนังก็ยังคงสร้างเคอราตินแบบเดิมมาทดแทน ส่วนกรดวิตามินเอพบว่าสามารถช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวหนังได้บ้างในระหว่างทายาแต่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้นครีมหน้าใส ดังนั้นสารสำคัญที่เพิ่มความชุ่มชื้นในครีมหน้าใส คือน้ำมันสกัดต่างๆและสารอุ้มน้ำเช่น อิลาสติน คอลลาเจน หรือกรดไฮยาลูโลนิค บางตำรับอาจผสมวิตามินเอ ซี อี และสารสกัดสมุนไพรต่างๆ เพื่อให้เกิดความแตกต่างในครีมแต่ละชนิด แต่ประโยชน์คงน้อยกว่าที่โฆษณามาก ดังนั้นถ้าผิวแห้งก็ต้องหาเหตุว่าเป็นจากการใช้สารชำระล้างล้างมากไปหรือเปล่า ควรทำความสะอาดแต่พอควรและถ้าผิวยังแห้งก็เลือกใช้ครีมเพิ่มความชุ่มชื้น ในราคาที่พอกับอัตภาพเพราะครีมเกือบทุกชนิดจะคล้ายกัน
               ครีมหน้าขาว ( whitening cream )คือ ครีมปรับสีผิวให้ขาวซึ่งส่วนสำคัญก็คือครีมกันแดด โดยสารปกป้องแสงแดดจะดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตไว้ไม่ให้ไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี ( melanocyte ) สร้างสีผิวจะค่อยๆ ขาวขึ้น ในบางตำรับอาจผสมกรดอ่อนๆ เช่น AHA ( กรดผลไม้ )หรือ BHA ช่วยผลัดผิวซึ่งมีปริมาณเม็ดสีเมลานินสูงออก ส่วนวิตามินซีและอีในปริมาณสูง อาจช่วยลดอนุมูลอิสระที่กระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี แต่ในผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายมักมีปริมาณวิตามินต่ำประโยชน์จึงน้อยมาก ดังนั้นถ้าหลบแดดได้ก็คงไม่จำเป็นต้องใช้ครีมหน้าขาว แต่ถ้าอยากจะใช้ครีมกันแดดก็คงต้องหาข้อมูลที่ถูกต้องเพราะมีทั้งข้อดีและข้อเสียหลายประการ
            ครีมหน้าเด้ง ( firming cream )เด้งคงหมายถึงผิวเต่งตึงซึ่งเป็นผลจากเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ( fibroblast ) ในชั้นหนังแท้ ในวัยรุ่นเซลล์จะสร้างใยคอลลาเจน ใยอิลาสติก และสารอุ้มน้ำ เช่น กรดไฮยาลูโลนิค สอดแทรกอัดแน่นในชั้นหนังแท้ทำให้ผิวเต่งตึง เมื่อวัยสูงขึ้นคุณสมบัติและส่วนประกอบของสารดังกล่าวเสื่อมลงทำให้เกิดริ้วรอยจึงมีผลิตภัณฑ์ซึ่งกล่าวอ้างว่า ลบริ้วรอยได้โดยผสมสารหลายขนิด เช่น ครีมผสมคอลลาเจน อิลาสตินกรดไฮยาลูโลนิค แต่สารเหล่านี้มีโมเลกุลใหญ่ไม่สามารถดูดซึมผ่านเข้าชั้นผิวหนังแท้ได้ จึงค้างอยู่ผิวภายนอกช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเฉพาะในชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น ส่วนวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินซีและอี เพื่อลดอนุมูลอิสระที่อาจทำอันตรายต่อเซลล์ไฟโบบลาสต์ หรือวิตามินเอและบี ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันประโยชน์ของวิตามินดังกล่าว แต่ถ้าเรามีภาวะโภชนาการปกติการเสริมวิตามินก็อาจมีประโยชน์น้อย ปัจจุบันมีการผสมสมุนไพรสารพัดชนิดโดยหวังว่าอาจช่วยฟื้นฟูการทำงานของเซลล์ แต่ถ้าพิจารณาชนิดและปริมาณของสมุนไพรที่ผสมก็น้อยจนเกือบเท่ากับศูนย์ และยังไม่มีข้อยืนยันประโยชน์ทางด้านการแพทย์เช่นกัน การใช้ครีมทาคงใช้เพื่อปลอบใจมากกว่า ส่วนเทคโนโลยีใหม่ เช่น แสงเลเซอร์ พลังงานวิทยุ ก็ได้นำมาใช้ถูไกบนผิวหนังเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์หรือการฉีดสารกระตุ้นสารพัดชนิดเข้าใต้ผิวหนัง ( mesotherapy ) ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเซลล์ซึ่งเสื่อมตามอายุเมื่อดูดซับพลังงาน หรือสารต่างๆ แล้วจะกลับฟื้นมาสร้างสารใหม่ได้หรือไม่ หรือในทางกลับกันการกระตุ้นอาจเร่งให้เซลล์เสื่อมเร็วขึ้นก็เป็นไปได้เช่นกัน !ความเสื่อมของเซลล์ซึ่งเป็นเซลล์ส่วนใหญ่ในชั้นผิวหนัง คือ เซลล์ผิวหนัง เซลล์สร้างเม็ดสีและเซลล์ไฟโบรบลาสต์เป็นไปตามอายุขัย ปัจจัยซึ่งส่งเสริมมีส่วนเพียงเล็กน้อย เช่น การรับประทานอาหารไม่ครบหมู่หรือรับประทานมากเกินควรจะเพิ่มอนุมูลอิสระภายในเซลล์ หรือการเพิ่มมลภาวะด้วยครีมสารพัดชนิด หรือการโดนแสงแดดจัดก็ทำให้ผิวหนังเสื่อมก่อนวัย และความเครียดก็ยังเป็นปัจจัยทำให้ผิวเสื่อมก่อนวัยได้ ดังนั้นการทำใจก็อาจช่วยได้ผิวงามมากกว่าเติมแต่งด้วยครีมต่างๆ ได้เช่นครีมหน้าใส
ขอบคุณข้อมูลจาก http://chomsky-in-asia.info/                                                                                            และติดตามเรื่องราวดีดีจาก http://www.lovelytodays.com/

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

วิธีทําให้หน้าใส 10 วิธี ได้ผลดีจึงบอกต่อ...

                สาวสวยผิวหน้าใส ใคร ๆ ก็อยากอยู่ใกล้ แล้วจะทำอย่างไรให้เป็นเจ้าของผิวสวยใส 
                โดยไม่ต้องพึ่งครีมหน้าใสมากมายมาฝากค่ะ

     1. รับประทานอาหารที่มีคุณค่าและดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว สำหรับสาว ๆ ทั้งหลายที่เป็นสิวอยู่ ควรหลีกเลี่ยงของมันทุกชนิด แล้วเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว อย่างผักสดและผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง กล้วย กีวี มะนาว มะเขือเทศ เป็นต้น

    
 2. ทำทรีทเม้นท์ผิวหน้า เพื่อฟื้นฟูและบำรุงไปพร้อม ๆ กัน อย่าคิดว่ากำลังแนะนำให้สาว ๆ ไปทำทรีทเม้นท์ราคาแพง ๆ นะคะ  ใช้ครีมหน้าใสแพง ๆ เพราะนั่นไม่จำเป็นเลย ทรีทเม้นท์นั้นสามารถทำได้เองง่าย ๆ ที่บ้าน เช่น การพอกหน้าด้วยไข่ขาว หรือดินสอพองผสมมะนาว แค่นี้ก็ถือว่าเป็นทรีทเม้นท์ได้แล้วล่ะค่ะ แต่อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดหลังพอกหน้าทุกครั้งนะคะ

    
 3. หลังจากล้างหน้าทุกครั้ง ควรทาครีมบำรุงผิว ครีมหน้าใสซักหน่อย เพื่อทดแทนความชุ่มชื่นที่เสียไปจากการล้างหน้า โดยหลัก ๆ จะมีเดย์ครีมและไนท์ครีม ซึ่งเดย์ครีมจะเป็นครีมบำรุงผิวหน้า ครีมหน้าใสสำหรับทาตอนกลางวัน ส่วนใหญ่จะมีสารป้องกันแสงแดดจากรังสียูวีในระหว่างวัน ส่วนไนท์  ครีมหน้าใสใช้สำหรับบำรุงผิวยามค่ำคืน

    
 4. นวดหน้าด้วยน้ำมัน การนวดหน้าด้วยน้ำมันฟังแล้วเหมือนจะเป็นวิธีที่ทำให้เกิดสิว แต่ความจริงไม่ใช่เลยค่ะ การนวดหน้าด้วยน้ำมันนั้นจะทำให้ผิวหน้าได้ผ่อนคลาย ซึ่งน้ำมันที่ใช้ในการนวดหน้านั้น ได้แก่ น้ำมันลาเวนเดอร์ หรือ เป๊ปเปอร์มินท์

    
 5. ทำความสะอาดรูขุมขนด้วยไอน้ำ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ซึ่งวิธีการทำนั้นก็ง่ายมาก ๆ เพียงนำน้ำเดือดมาตั้งแล้วยื่นหน้าไปอังให้ไอน้ำทำความสะอาดใบหน้าคุณ ไอน้ำจะช่วยเปิดรูขุมขนให้สิ่งสกปรกที่ตกค้างหลุดออกมาค่ะ

    
 6. พอกหน้า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการพอกหน้า คือ หลังจากคุณอบไอน้ำใบหน้าแล้ว เพราะเป็นช่วงที่รูขุมขนคุณเปิด ทำให้มาส์กพอกหน้าซึมซับเข้าไปบำรุงผิวภายในได้ง่ายกว่าช่วงเวลาอื่น แต่หลังจากพอกหน้าแล้ว อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดอีกครั้งด้วยนะคะ

    
 7. อย่าขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าบ่อยเกินไป แม้ว่าการขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าจะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความสะอาดของผิวก็ตามที แต่การขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าบ่อย ๆ นั้นจะไปกระตุ้นให้ผิวผลิตความมันออกมามากขึ้น และทำให้เกิดสิวได้ง่าย ความถี่ของการขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าที่เหมาะสมอยู่ที่สัปดาห์ละ 2 ครั้งเท่านั้นนะจ๊ะสาว ๆ

    
 8. หากคุณเป็นคนชอบแต่งหน้า ควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากผิวหน้าทุกครั้งก่อนล้างหน้า และไม่ควรเข้านอนโดยที่ยังไม่ได้ล้างหน้า ที่สำคัญ ควรทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าเป็นประจำ อาจจะสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละ 2 ครั้งก็ไม่ว่ากัน แต่อย่าใช้งานติดต่อกันนานเป็นปีโดยไม่ซักล้าง เพราะมันสะสมสิ่งสกปรกได้ดีเลยทีเดียว 

    
 9. ยิ้มเพื่อหน้าใส แน่นอนว่าการหมั่นทำอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ มองโลกในแง่ดี จะช่วยลดความเครียดที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวได้ ดังนั้น หันมายิ้มเยอะ ๆ กันนะจ๊ะสาว ๆ เพราะนอกจากจะทำให้สิวขึ้นได้ยากแล้ว อารมณ์ที่ดียังทำให้หน้าไม่แก่ก่อนวัยอีกด้วย 

    
 10. ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน หรือวันเว้นวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที สามารถช่วยให้คุณมีสุขภาพผิวที่ดี ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ผุดผ่องสดใส แถมยังทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ทั้งนี้ อย่าลืมนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำด้วยนะคะ  

                วิธีง่าย ๆ เพียงเท่านี้ คุณก็เป็นเจ้าของผิวหน้าสวยใสได้   โดยไม่ต้องพึ่งครีมหน้าใสราคาแพง ๆ แล้วหล่ะค่ะ  คอนเฟิร์ม!!

                แต่วันนี้ นอกจาก วิธีทําให้หน้าใส 10 วิธี เรายังมีผลิตภัณพ์ครีมหน้าใส ปลอดภัย ราคาประหยัดมาแนะนำค่ะ                     เซลิน่า ไวท์เทนนิ่ง ครีม  ครีมหน้าใสที่อยากแนะนำ  เคล็ดลับหน้าใสของเหล่า เซเล็ป และดารา ซุปตาค่ะหน้าใส รู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรกค่ ครีมบำรุงผิวหน้า ครีมหน้าใสสูตรเข้มข้นพิเศษ ลด สิว ฝ้า กระ รอยแผลเป็นเพื่อผิวที่กระจ่างใส      เรียบเนียน   ครีม เซลิน่า   คือ    ครีมบำรุงผิวหน้าเป็นครีมหน้าใสสำหรับกลางวันและลางคืน     ซึ่งครีมบำรุง ครีมหน้าใสชนิดนี้จะมีส่วนผสม   ของอัลฟ่า-อาบูติน เพราะสามารถมั่นใจได้ว่าสามารถ ลบรอยจุดด่างดำและรอยหมองคล้ำ  อย่างแน่นอนค่ะ   และสามารถลบรอยสิวหายด้วยค่ะ ที่สำคัญสามารถช่วยให้ใบหน้ามีความชุ่มชื้นและหน้าไม่แห้งค่ะ สำหรับสาวหรือหนุ่มที่ต้องการอยากหน้าใส   โดยไม่ใช้แป้งทาหน้าเพื่อให้ขาวก่อนออกจากบ้าน  หรือทำงานซึ่งสามารถเลือกใช้ครีม selina ได้ค่ะและจะเห็นผลสำหรับความเปลี่ยนแปลงประมาณ 1 – 2 สัปดาห์อย่างแน่นอนค่ะ
                ผลจากการทดลองใช้จะพบว่าไม่ต้องทารองพื้นหรือทาครีมกันแดด   เพื่อให้หน้าขาวค่ะ   เพราะครีมชนิดนี้จะทำให้รอยหมองคล้ำหายไปและ หน้าขาว  ซึ่งทำให้ใบ หน้าเรียบเนียน สำหรับส่วนผสมที่ทำให้หน้าขาวนั้น  ก็คือในครีมชนิดนี้จะมีกลูตาไธโอน สาวๆหลายคนคงเคยได้ยินกลูตานะค่ะเพราะจะช่วยเรื่องผิวขาวแต่ เซลิน่า  นั้นได้นำมาเป็นส่วนผสมในครีมหน้าใสซึ่งมั่นใจได้ว่าทำให้หน้าขาวแน่นอนค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก 
kapook.com
และติดตามเรื่องราวดีดีของเราต่อได้ที่  
http://www.lovelytodays.com/


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS