สาวสวยผิวหน้าใส ใคร ๆ ก็อยากอยู่ใกล้
แล้วจะทำอย่างไรให้เป็นเจ้าของผิวสวยใส
โดยไม่ต้องพึ่งครีมหน้าใสมากมายมาฝากค่ะ
1. รับประทานอาหารที่มีคุณค่าและดื่มน้ำสะอาดมาก
ๆ อย่างน้อยวันละ 8
แก้ว สำหรับสาว ๆ ทั้งหลายที่เป็นสิวอยู่
ควรหลีกเลี่ยงของมันทุกชนิด แล้วเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว
อย่างผักสดและผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง กล้วย กีวี มะนาว มะเขือเทศ เป็นต้น2. ทำทรีทเม้นท์ผิวหน้า เพื่อฟื้นฟูและบำรุงไปพร้อม ๆ กัน อย่าคิดว่ากำลังแนะนำให้สาว ๆ ไปทำทรีทเม้นท์ราคาแพง ๆ นะคะ ใช้ครีมหน้าใสแพง ๆ เพราะนั่นไม่จำเป็นเลย ทรีทเม้นท์นั้นสามารถทำได้เองง่าย ๆ ที่บ้าน เช่น การพอกหน้าด้วยไข่ขาว หรือดินสอพองผสมมะนาว แค่นี้ก็ถือว่าเป็นทรีทเม้นท์ได้แล้วล่ะค่ะ แต่อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดหลังพอกหน้าทุกครั้งนะคะ
3. หลังจากล้างหน้าทุกครั้ง ควรทาครีมบำรุงผิว ครีมหน้าใสซักหน่อย เพื่อทดแทนความชุ่มชื่นที่เสียไปจากการล้างหน้า โดยหลัก ๆ จะมีเดย์ครีมและไนท์ครีม ซึ่งเดย์ครีมจะเป็นครีมบำรุงผิวหน้า ครีมหน้าใสสำหรับทาตอนกลางวัน ส่วนใหญ่จะมีสารป้องกันแสงแดดจากรังสียูวีในระหว่างวัน ส่วนไนท์ ครีมหน้าใสใช้สำหรับบำรุงผิวยามค่ำคืน
4. นวดหน้าด้วยน้ำมัน การนวดหน้าด้วยน้ำมันฟังแล้วเหมือนจะเป็นวิธีที่ทำให้เกิดสิว แต่ความจริงไม่ใช่เลยค่ะ การนวดหน้าด้วยน้ำมันนั้นจะทำให้ผิวหน้าได้ผ่อนคลาย ซึ่งน้ำมันที่ใช้ในการนวดหน้านั้น ได้แก่ น้ำมันลาเวนเดอร์ หรือ เป๊ปเปอร์มินท์
5. ทำความสะอาดรูขุมขนด้วยไอน้ำ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ซึ่งวิธีการทำนั้นก็ง่ายมาก ๆ เพียงนำน้ำเดือดมาตั้งแล้วยื่นหน้าไปอังให้ไอน้ำทำความสะอาดใบหน้าคุณ ไอน้ำจะช่วยเปิดรูขุมขนให้สิ่งสกปรกที่ตกค้างหลุดออกมาค่ะ
6. พอกหน้า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการพอกหน้า คือ หลังจากคุณอบไอน้ำใบหน้าแล้ว เพราะเป็นช่วงที่รูขุมขนคุณเปิด ทำให้มาส์กพอกหน้าซึมซับเข้าไปบำรุงผิวภายในได้ง่ายกว่าช่วงเวลาอื่น แต่หลังจากพอกหน้าแล้ว อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดอีกครั้งด้วยนะคะ
7. อย่าขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าบ่อยเกินไป แม้ว่าการขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าจะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความสะอาดของผิวก็ตามที แต่การขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าบ่อย ๆ นั้นจะไปกระตุ้นให้ผิวผลิตความมันออกมามากขึ้น และทำให้เกิดสิวได้ง่าย ความถี่ของการขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าที่เหมาะสมอยู่ที่สัปดาห์ละ 2 ครั้งเท่านั้นนะจ๊ะสาว ๆ
8. หากคุณเป็นคนชอบแต่งหน้า ควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากผิวหน้าทุกครั้งก่อนล้างหน้า และไม่ควรเข้านอนโดยที่ยังไม่ได้ล้างหน้า ที่สำคัญ ควรทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าเป็นประจำ อาจจะสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละ 2 ครั้งก็ไม่ว่ากัน แต่อย่าใช้งานติดต่อกันนานเป็นปีโดยไม่ซักล้าง เพราะมันสะสมสิ่งสกปรกได้ดีเลยทีเดียว
9. ยิ้มเพื่อหน้าใส แน่นอนว่าการหมั่นทำอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ มองโลกในแง่ดี จะช่วยลดความเครียดที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวได้ ดังนั้น หันมายิ้มเยอะ ๆ กันนะจ๊ะสาว ๆ เพราะนอกจากจะทำให้สิวขึ้นได้ยากแล้ว อารมณ์ที่ดียังทำให้หน้าไม่แก่ก่อนวัยอีกด้วย
10. ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน หรือวันเว้นวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที สามารถช่วยให้คุณมีสุขภาพผิวที่ดี ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ผุดผ่องสดใส แถมยังทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ทั้งนี้ อย่าลืมนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำด้วยนะคะ
วิธีง่าย ๆ เพียงเท่านี้ คุณก็เป็นเจ้าของผิวหน้าสวยใสได้ โดยไม่ต้องพึ่งครีมหน้าใสราคาแพง ๆ
แล้วหล่ะค่ะ คอนเฟิร์ม!!
แต่วันนี้
นอกจาก วิธีทําให้หน้าใส 10 วิธี เรายังมีผลิตภัณพ์ครีมหน้าใส ปลอดภัย
ราคาประหยัดมาแนะนำค่ะ เซลิน่า ไวท์เทนนิ่ง ครีม ครีมหน้าใสที่อยากแนะนำ เคล็ดลับหน้าใสของเหล่า เซเล็ป และดารา ซุปตาค่ะหน้าใส
รู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรกค่ะ ครีมบำรุงผิวหน้า ครีมหน้าใสสูตรเข้มข้นพิเศษ ลด สิว ฝ้า กระ
รอยแผลเป็นเพื่อผิวที่กระจ่างใส เรียบเนียน ครีม เซลิน่า
คือ ครีมบำรุงผิวหน้าเป็นครีมหน้าใสสำหรับกลางวันและลางคืน
ซึ่งครีมบำรุง ครีมหน้าใสชนิดนี้จะมีส่วนผสม ของอัลฟ่า-อาบูติน เพราะสามารถมั่นใจได้ว่าสามารถ ลบรอยจุดด่างดำและรอยหมองคล้ำ
อย่างแน่นอนค่ะ และสามารถลบรอยสิวหายด้วยค่ะ
ที่สำคัญสามารถช่วยให้ใบหน้ามีความชุ่มชื้นและหน้าไม่แห้งค่ะ
สำหรับสาวหรือหนุ่มที่ต้องการอยากหน้าใส โดยไม่ใช้แป้งทาหน้าเพื่อให้ขาวก่อนออกจากบ้าน
หรือทำงานซึ่งสามารถเลือกใช้ครีม selina ได้ค่ะและจะเห็นผลสำหรับความเปลี่ยนแปลงประมาณ
1 – 2 สัปดาห์อย่างแน่นอนค่ะ
ผลจากการทดลองใช้จะพบว่าไม่ต้องทารองพื้นหรือทาครีมกันแดด
เพื่อให้หน้าขาวค่ะ เพราะครีมชนิดนี้จะทำให้รอยหมองคล้ำหายไปและ
หน้าขาว ซึ่งทำให้ใบ หน้าเรียบเนียน สำหรับส่วนผสมที่ทำให้หน้าขาวนั้น
ก็คือในครีมชนิดนี้จะมีกลูตาไธโอน
สาวๆหลายคนคงเคยได้ยินกลูตานะค่ะเพราะจะช่วยเรื่องผิวขาวแต่ เซลิน่า นั้นได้นำมาเป็นส่วนผสมในครีมหน้าใสซึ่งมั่นใจได้ว่าทำให้หน้าขาวแน่นอนค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก kapook.com
และติดตามเรื่องราวดีดีของเราต่อได้ที่ http://www.lovelytodays.com/
ขอบคุณข้อมูลจาก
และติดตามเรื่องราวดีดีของเราต่อได้ที่ http://www.lovelytodays.com/






0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น